top of page
854BF0BC-A4BB-4541-9008-A159122AB361.jpg

ยินดีที่เราหากันเจอ

การใช้ชีวิตอย่างมีสติและมีสุขภาวะที่ดีคือสิ่งสำคัญสำหรับครูฟ้าเสมอ ครูฟ้าไม่เคยมองข้ามพลังของจิตใจที่มีผลต่อร่างกาย เพราะหากเราต้องการผ่านพ้นชีวิตนี้ไปได้อย่างสมบูรณ์และงดงาม การดูแลตัวเองจึงต้องก้าวข้ามไปไกลกว่าแค่เรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกายทั่วไป และในที่สุด ครูฟ้าก็ได้ค้นพบ "แสงสว่างแห่งความสงบสุขและความกระจ่างแจ้งภายในจิตใจ"

ครูฟ้าเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าชีวิตจะล้มเราลงกี่ครั้ง เราสามารถลุกขึ้นใหม่และกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมได้เสมอ พวกเราทุกคนมีความสามารถในการ "ตั้งโปรแกรมจิตใจตนเองใหม่" (Reprogramming the mind) ทั้งในมิติของการมองเห็น ความรู้สึก การฟัง เพื่อเข้าถึงความจริงแท้ภายในตนเอง

ครูฟ้าได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างสอดประสานและกลมกลืน ระหว่างธรรมชาติทางกายภาพกับมิติแห่งโลกพลังงานที่มองไม่เห็น ด้วยความรัก แสงสว่าง และความเมตตา

ดังคำกล่าวที่ว่า... “โลกมนุษย์เป็นเสมือนสนามเด็กเล่น จงสนุกและมีความสุขกับการเล่นในขณะที่คุณอยู่ที่นี่!”

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram

My Story

หลังจากใช้ชีวิตอยู่ออสเตรเลียมานานถึง 16 ปีเต็ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของครูฟ้าไปอย่างสิ้นเชิง เสียงก้องกังวานภายในจิตวิญญาณก็ได้บอกให้ครูฟ้าเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิดพร้อมกับครอบครัวเล็กๆ มันราวกับว่าออสเตรเลียได้ทำหน้าที่ของมันสมบูรณ์แล้ว และครูฟ้าไม่ได้ปรารถนาสิ่งใดจากที่นั่นอีกต่อไป ในตอนนั้นมีคำถามมากมายคั่งค้างอยู่ในใจ และครูฟ้าก็พยายามค้นหาเหตุผลต่างๆ มาอธิบายการตัดสินใจย้ายกลับในครั้งนี้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี เมื่อเราได้ย้ายมาตั้งหลักแหล่งที่เชียงใหม่ ท่ามกลางญาติมิตรที่ใกล้ชิด คำตอบเหล่านั้นก็ค่อยๆ คลี่คลายออกมาชัดเจนขึ้น

ตั้งแต่ยังเด็ก ครูฟ้ามักสัมผัสได้เสมอว่าตัวเองเกิดมาเพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตธรรมดา แม้ในตอนนั้นจะไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าสิ่งนั้นคืออะไร มันคงเป็นเหมือนฝันที่ห่างไกล และเป็นเพียงภาพลวงตาที่จับต้องไม่ได้ โลกขององค์กรเอกชนที่ครูฟ้าเคยอยู่ ตลอดจนความไม่สมบูรณ์และไม่มีความสุขที่อบอวลอยู่ในครอบครัว ไม่ได้สอดคล้องกับเสียงเพรียกหาที่อยู่ภายในจิตใจเลย ไม่ว่าครูฟ้าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัว หรือการเข้าสังคมมากเพียงใด ความรู้สึกเติมเต็มอย่างแท้จริงก็ยังคงเป็นสิ่งที่ครูฟ้าไขว่คว้าไม่เคยเจอ

และแล้ว การเดินทางค้นหาตัวตนของครูฟ้าก็เริ่มขึ้น... ครูฟ้าปฏิเสธโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน ปล่อยผ่านคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนในครอบครัว และก้าวเข้าสู่เส้นทางที่อาจเรียกได้ว่า "เส้นทางแห่งจิตวิญญาณ"

ในระหว่างการค้นหานี้ ครูฟ้าได้ค้นพบความจริงอันน่าอัศจรรย์ประการหนึ่ง นั่นคือ คุณตาของครูฟ้าเคยเป็นหมอพื้นบ้านโบราณและเป็นร่างทรง/หมอธรรมผู้มีวิชาในแถบภาคเหนือของไทย สายเลือดแห่งจิตวิญญาณนี้ซ่อนเร้นและไหลเวียนอยู่ในตัวครูฟ้ามาโดยตลอด โดยที่ครูฟ้าไม่เคยรับรู้มาก่อน จนกระทั่งครูฟ้าอายุเข้าสู่วัยสามสิบต้นๆ และสุขภาพของคุณตาเริ่มทรุดโทรมลงจนไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกต่อไป

ราวกับมีพลังงานบางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ดึงดูดให้ครูฟ้าเริ่มสนใจในสิ่งที่ท่านทำ และวิธีที่ท่านใช้ช่วยเหลือผู้คน ในวินาทีนั้น ครูฟ้าจึงยอมรับและยกย่องท่านให้เป็นหนึ่งในครูอาจารย์ แม้ว่าเส้นทางทางจิตวิญญาณตลอด 40 ปีของคุณตาจะมีบันทึกเอาไว้ แต่บันทึกเหล่านั้นก็เขียนด้วยภาษาโบราณที่ครูฟ้าไม่สามารถอ่านเข้าใจได้ ครูฟ้าจึงคว้าทุกโอกาสเพื่อไปหาท่าน ซึมซับภูมิปัญญาผ่านเรื่องเล่าจากปากของท่านเอง ทีละเล็กทีละน้อย... ครูฟ้าเริ่มสืบทอดพันธกิจและเสียงเพรียกหานี้ โดยเชื่อมั่นว่าตัวครูฟ้าเองก็สามารถก้าวเดินตามรอยเท้าของท่านได้ แต่หากจะยอมรับตามตรงในตอนนั้น แรงบันดาลใจของครูฟ้ายึดติดกับอีโก้ มีความปรารถนาอยากได้รับการยอมรับ ซึ่งเกิดจากความไม่พึงพอใจในเส้นทางชีวิตที่เป็นอยู่ มันคือช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายของการพยายามสลัดหลุดจากสิ่งหนึ่งเพื่อไปยึดเหนี่ยวอีกสิ่งหนึ่ง ทั้งหมดก็เพียงเพื่อจะค้นหาว่าเป้าหมายชีวิตของครูฟ้าคืออะไร

ในช่วงปีแรกๆ ของการเดินทาง ครูฟ้าได้พบกับผู้นำทาง ครูบาอาจารย์ทางตอนเหนืออีกหลายท่าน และกัลยาณมิตรมากมายที่ช่วยจุดประกายแสงสว่างบนเส้นทางให้แก่ครูฟ้า ทว่าครูฟ้าก็ยังคงเป็นผู้แสวงหาที่แบกรับคำถามอันไร้จุดสิ้นสุด ความว้าวุ่นภายในใจของครูฟ้านั้นทวีความรุนแรงขึ้น ครูฟ้าโหยหาคำตอบ และคาดหวังให้คำตอบเหล่านั้นถูกหยิบยื่นมาจากผู้อื่น ครูฟ้าจมดิ่งลงสู่การศึกษาศาสตร์การเยียวยาโบราณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรกิ (Reiki) คริสตัลบำบัด และภูมิปัญญาการรักษาแบบเอเชียโบราณ ด้วยหวังว่าจะพบความสงบในจิตใจ

ทว่าท่ามกลางการค้นหานั้น ครูฟ้ากลับตั้งคำถามถึงแก่นแท้ของการมีอยู่ของตัวเองและโลกใบนี้อยู่ตลอดเวลา ครูฟ้าเร่งรัดการฝึกฝนทางจิตวิญญาณอย่างก้าวกระโดด แต่ถึงกระนั้น... ความสงบสุขก็ยังคงเป็นสิ่งที่ครูฟ้าไขว่คว้าไม่ถึง ลึกซึ้งลงไปในจิตวิญญาณ ครูฟ้ายังคงต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ระทม ซ่อนเร้นอารมณ์ความรู้สึก และแอบร้องไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยวเพียงลำพัง มันรู้สึกราวกับว่าครูฟ้าไม่มีที่ให้พึ่งพิง และยากที่จะหาพื้นดินที่มั่นคงยืนได้อย่างแท้จริง

ในยามที่จิตใจเกิดความกระจ่างแจ้งขึ้นมาช่วงหนึ่ง ครูฟ้าจึงตัดสินใจถอยห่างจากเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย เพื่อไปค้นหาความสงบปลีกวิเวกภายใต้ร่มเงาอันเงียบสงบของผืนป่าทางตอนเหนือของเชียงใหม่ ครูฟ้าตัดขาดตัวเองจากครอบครัว เพื่อนฝูง และพันธนาการทางสังคมทั้งหมด ย้ายไปอาศัยอยู่กับลูกสาวในบ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ ชาวบ้านแถวนั้นต่างเล่าลือกันว่าเป็นบ้านผีสิง ทำให้ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าใกล้หลังจากอาทิตย์ตกดิน ด้วยเหตุนี้ ครูฟ้าจึงต้องอยู่เพียงลำพังในสถานที่อันชวนขนลุกแห่งนี้เป็นเวลานานหลายเดือน—มันเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกโดดเดี่ยว และเค้นหยาดน้ำตาออกมานับครั้งไม่ถ้วน

แม้จะต้องเผชิญกับอารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างหนักหน่วง แต่ครูฟ้าไม่เคยละทิ้งการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไป จิตใจของครูฟ้าค่อยๆ สงบลง และเตรียมพร้อมสำหรับการ "ยอมรับและจำนน" ต่อความจริง ครูฟ้าเริ่มกลับมารักและเชื่อมั่นในตัวเอง สดับฟังและดำเนินตามการนำทางของตัวตนภายใน (Inner Self) อย่างไม่มีเงื่อนไข

และจากการปฏิบัติอย่างเข้มข้นนี้เอง ครูฟ้าจึงได้ค้นพบพลังและวิชาจากสิ่งที่ยากจะอธิบายด้วยคำพูด ครูฟ้าได้สัมผัสและปรับจูนตัวเองเข้ากับคลื่นพลังงานที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ซึ่งผู้คนต่างเรียกขานกันไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเทวดา ผี หรือเจ้ากรรมนายเวร การเดินทางผ่านการเรียนรู้จากครูบาอาจารย์และการสัมผัสด้วย "ตัวรู้" ภายในตัวเองอย่างแท้จริง ได้นำพาให้ครูฟ้าค้นพบความสงบที่แท้จริง การปล่อยวาง การยอมรับ การเข้าใจชีวิต การให้อภัย และการนำสติมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น

เมื่อกระบวนการตื่นรู้เกิดขึ้น ครูฟ้าค่อยๆ ถักทอชิ้นส่วนตัวตนที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน ความเข้าใจบทใหม่ปรากฏขึ้นตั้งแต่ครอบครัวที่ครูฟ้าได้กำเนิด รสชาติอาหาร สถานที่ที่หล่อหลอม ผู้คนที่ได้พบเจอ และอุปสรรคนับไม่ถ้วนที่ก้าวข้าม ผ่านการทำสมาธิและการเชื่อมต่อกับตัวตนภายใน ความทรงจำว่า "ตัวตนที่แท้จริงของครูฟ้าคือใคร" ก็ได้เผยตัวออกมา ราวกับผืนผ้าปักโบราณที่ถูกถักทอผ่านกาลเวลา

โดยที่ไม่เคยมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือโฆษณาตัวเองแม้แต่น้อย ผู้คนและนักเรียนก็เริ่มเดินทางมาหาครูฟ้าเพื่อขอคำชี้นำและการเยียวยาจากการบอกเล่าปากต่อปาก ปัจจุบัน ครูฟ้าให้การสอนและการบำบัดผ่านคลื่นพลังงานที่สื่อสารโดยตรงกับจิตวิญญาณ เพื่อให้จิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคลได้สัมผัสถึงความรู้สึกดี เข้าใจตัวเอง และค้นพบตัวตนที่แท้จริง

เนื่องจากแต่ละจิตวิญญาณล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครูฟ้าจึงเชื่อมประสานพลังงานเข้ากับจิตใต้สำนึกของแต่ละคนโดยเฉพาะ ทำให้วิชา เนื้อหา และกระบวนการบำบัดได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล (Tailor-made) ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรายบุคคล หรือกลุ่ม Retat สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากทั่วโลก

ในการเดินทางแห่งการระลึกรู้และการค้นพบตัวเองครั้งนี้ ครูฟ้าได้ตระหนักว่า เป้าหมายของชีวิตไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่มันถูกถักทอไว้อย่างประณีตในโครงสร้างแห่งการมีอยู่ของเราทุกคน ทุกๆ ก้าวที่เดินไปข้างหน้า ครูฟ้าอ่อนน้อมต่อความจริงที่ว่า เป้าหมายชีวิตได้คอยนำทางครูฟ้ามาเนิ่นนาน... และด้วยความกตัญญูต่อทุกบทเรียน ครูฟ้าพร้อมที่จะเปิดพื้นที่แห่งแสงสว่างเพื่อนำพาผู้คนให้ได้พบกับความสงบ ความผ่อนคลาย และเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิตเช่นเดียวกัน

Reach Out To Me

395 Moo.9, Maungngai,

ChiangDao, Chiangmai, Thailand, 50700

  • Facebook
  • Instagram

Grateful for your message, Thank you

© 2020 by Naiyana Gold

bottom of page